UFABET โปรโมชั่น เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เกิดวันที่ 26 มกราคม 1973 อดีตนักเตะและโค้ชชาวไอร์แลนด์เหนือ โดยปัจจุบันรับหน้าที่คุมสโมสร ลิเวอร์พูล ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

UFABET โปรโมชั่น

ร็อดเจอร์ส เริ่มต้นอาชีพการค้าแข้งของเขาด้วยการเล่นเป็นตำแหน่งกองหลัง ให้กับสโมสร บัลลีมีน่า ยูไนเต็ด จนกระทั่งเขาอายุได้ 18 ปี UFABET ติดต่อง่าย จึงตัดสินใจเซ็นสัญญาร่วมทัพกับ เร้ดดิ้ง แม้ว่าอาชีพการค้าแข้งของเขาจะสั้นมาก เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่า จึงทำให้ ร็อดเจอร์ส ต้องแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียงแค่ 20 ปีเท่านั้น

แต่เขาก็ยังคงทำหน้าที่เป็นโค้ชให้กับ เร้ดดิ้ง และได้ลงเล่นในลีกสมัครเล่นที่ นิวพอร์ต, วิตนี่ย์ ทาวน์ และ นิวบิวรี่ ทาวน์ เป็นเวลาหลายปี หลังจากช่วงเวลาที่เขาได้ออกเดินทางไปยัง สเปน

เพื่อศึกษาวิธีการเป็นโค้ชมืออาชีพ ร็อดเจอร์ส ได้รับคำเชิญจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ให้มาร่วมงานที่สโมสร เชลซี ในฐานะผู้จัดการทีมระดับเยาวชนในปี 2004 และต่อมาก็ได้เลื่อนขั้นขึ้นมาคุมทีมสำรองในปี 2006

จนกระทั่งในปี 2008 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมเต็มตัวครั้งแรกให้กับสโมสร วัตฟอร์ด หลังจากนั้นเวลาไปผ่าน 3 ปี ร็อดเจอร์ส ในวัย 36 ปี ก็ได้กลับมารับใช้ทัพ เร้ดดิ้ง เป็นครั้งที่สอง หลังจากที่เคยค้าแข้งอยู่ที่นี่มาก่อน แต่ครั้งนี้เปลี่ยนบทบาทใหม่มาเป็น กุนซือตัวจริง ในปี 2009

หลังจากที่เขาทำทีมไม่เป็นที่ประทับใจกับบอร์ดบริหาร แต่หลังจากนั้นเพียงแค่ 6 เดือน ร็อดเจอร์ส ได้รับโอกาสสำคัญ UFABET โปรโมชั่น ในการทำทีม สวอนซี ซิตี้ ในปี 2010 ผลงานของเขาทำให้ทีมจากเวลส์เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้เป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์

ก่อนจะพาทีมจบฤดูกาลที่อันดับ 11 วันที่ 1 มิถุนายน 2012 เป็นวันที่ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของลิเวอร์พูลต้องจารึก กับการเซ็นสัญญายาวถึง 3 ปี ในการดึงตัวเขามาร่วมทัพ “หงส์แดง” ด้วยการดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการทีมแทนที่ของ เคนนี่ ดัลกลิช ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาในเวลานั้น

ฤดูกาล2013-2014  ฤดูกาล UFABET  ล่าสุดที่ผ่านมา บีร็อด ถือว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมากทำเอาแฟนๆ ”หงส์แดง” ทั่วโลกต่างก็ต้องลุ้นระทึกไปกับการที่จะได้ชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์  เป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์สโมสร แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้านความแข็งแกร่งของ แมนฯ ซิตี้ ไม่ไหว

คว้าได้เพียงอันดับที่ 2 ของตารางโดยทำได้ 84 คะแนน จากการชนะ 26 เสมอ 6 และแพ้ 6 ยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำถึง 101 ประตู และเสียไปเยอะเช่นเดียวกัน 50 ประตู ถือว่าเกมรับนี้เป็นปัญหากับลิเวอร์พูลในทุก ๆ รุ่น

ต้องดูว่าสำหรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเข้ามาถึง (2014-2015) บีร็อด จะสามารถปรับปรุงเกมรับให้ดีขึ้นได้หรือไม่ ส่วนเกมรุกแฟน ”หงส์แดง” ทุกคนต่างก็วางใจได้กับสไตล์การเล่นที่สวยงามและเฉียบคมของชายผู้นี้

เกียรติประวัติ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กับ สโมสร สวอนซี ซิตี้

แชมป์ฟุตบอลรายการแชมเปี้ยนชิพเพลย์อ๊อฟ 1 ครั้ง : 2010-11

ผู้จัดการทีมพรีเมียร์ลีกยอดเยี่ยมประจำเดือน 2 ครั้ง : มกราคม 2012, สิงหาคม 2013

ผู้จัดการทีมแชมเปี้ยนชิพยอดเยี่ยมประจำเดือน 1 ครั้ง : กุมภาพันธ์ 2011

ปัจจุบัน ร็อดเจอร์ส ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมให้กับ กลาสโกว์ เซลติก ยอดทีมสก็อต แต่ก็คงจะกลายเป็นอดีตในเร็วๆ นี้ เมื่อทางสโมสรยินดีที่จะให้กุนซือวัย 46 ปี เปิดฉากเจรจากับทีมสุนัขจิ้งจอก เพื่อเตรียมเข้ารับงานคุมทีมในถิ่น คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะเป็นทางการ

ร็อดเจอร์ส เริ่มต้นอาชีพโค้ชโดยคุมทีมให้กับ เชลซี ชุดเยาวชนเมื่อปี 2004 หลังจากที่อาชีพค้าแข้งของเขาไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นนัก จากนั้นเขาก็ได้ทำหน้าที่ UFABET โปรโมชั่น ให้กับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก

เมื่อถูก วัตฟอร์ด ที่ตอนนั้นยังเล่นอยู่ใน แชมเปี้ยนชิพ ดึงตัวไปคุมทีม โดยมีภารกิจสุดหินคือการพาทีมรอดพ้นการตกชั้นให้ได้ สุดท้ายเขาก็ทำได้จริงๆ ทีมแตนอาละวาดที่จมอยู่โซนท้ายตารางในเดือนมกราคม ทำอันดับพรวดๆ ขึ้นมาจบที่ 13 หน้าตาเฉย

หลังจากประสบความสำเร็จในการคุมทีม วัตฟอร์ด เขาก็ได้งานใหม่ที่ เร้ดดิ้ง เมื่อปี 2009 เมื่อ สตีฟ ค็อปเปลล์ กุนซือคนก่อนได้ลาออกจากตำแหน่งไป จึงทำให้ ร็อดเจอร์ส ได้โอกาสหวนกลับมาทำงานให้กับสโมสรที่เขาเคยค้าแข้งด้วย แต่แม้ว่าจะเริ่มงานด้วยผลการแข่งขันที่ดี แต่ในระยะยาวเขาก็ต้องเจอกับปัญหาฟอร์มการเล่นของทีมที่ย่ำแย่ต่อเนื่อง ทำให้คุมทีมได้เพียงแค่ 6 เดือนก็ต้องแยกทางกันไป

ร็อดเจอร์ส มาถึงจุดที่เขาได้สร้างชื่อเสียงขึ้นมาอย่างเต็มภาคภูมิ เมื่อได้งานคุมทีม สวอนซี ซิตี้ ในฤดูกาล 2010/11 และก็พาทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุด จากการคว้าสิทธิ์ในรอบเพลย์ออฟ ส่งผลให้ทีมหงส์ขาวเป็นสโมสรจากเวลส์ทีมแรกที่ได้ก้าวขึ้นมาเล่นใน พรีเมียร์ ลีก และฤดูกาลแรกของพวกเขาในเวทีใหญ่ก็ถือว่าทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ นำมาซึ่งสัญญาฉบับใหม่ที่ สวอนซี มอบให้ ร็อดเจอร์ส เซ็นอยู่โยงไปถึงปี 2015

อย่างไรก็ตาม กุนซือฝีมือดีก็ย่อมต้องมีทีมใหญ่ๆ จ้องจะสอยมาคุมทีม และทีมนั้นก็คือ ลิเวอร์พูล เขาเปิดตัวเป็นผู้จัดการทีมหงส์แดงเมื่อเดือนมิถุนายน 2012 โดยรับตำแหน่งต่อจาก เคนนี่ ดัลกลิช

ซึ่งการจากลา สวอนซี มาก็เป็นการแยกทางกันด้วยดี ขณะที่ผลงานในฤดูกาลแรกของเขาในถิ่น แอนฟิลด์ ก็คือการพาทีมจบอันดับที่ 7 ใน พรีเมียร์ ลีก ซึ่งเป็นผลงานที่ดีกว่าฤดูกาลก่อนหน้า 1 อันดับ

ฤดูกาลที่สร้างชื่อสุดๆ ให้กับ ร็อดเจอร์ส มาถึงจนได้ในปีถัดมา ลิเวอร์พูล เข้าใกล้การคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก สุดๆ ซึ่งนี่ถือว่าเป็นความปรารถนาอันยาวนานของแฟนๆ ด้วยชัยชนะ 11 เกมรวด

ส่งให้พวกเขานำเป็นจ่าฝูงด้วยคะแนนห่างถึง 5 แต้ม ในขณะที่เหลือการแข่งขันอีกแค่ 3 เกม อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็มาพลาดท่าพ่ายคาบ้านต่อ เชลซี 0-2 ซึ่งส่งผลให้ทีมรองจ่าฝูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เริ่มมีความหวัง

จากนั้นในเกมถัดมา ทีมหงส์แดงก็ทำได้แค่เสมอกับ คริสตัล พาเลซ 3-3 ทั้งที่ก่อนจบเกม 11 นาทียังนำห่างอยู่ถึง 3-0 แท้ๆ สุดท้ายจึงกลายเป็นทีมเรือใบสีฟ้าที่ปาดหน้าคว้าแชมป์ไปอย่างสุดแสบ แต่ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมก็ทำให้ ร็อดเจอร์ส ได้รางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของ LMA ไปครอง

ฤดูกาลถัดมา ร็อดเจอร์ส กลับทำได้ไม่ดีเหมือนเดิมอีกแล้ว โดยพาทีมจบแค่อันดับ 6 เท่านั้นใน พรีเมียร์ ลีก ขณะที่รายการอื่นๆ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้เขาเป็นผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล คนแรกนับตั้งแต่ปี 1950 ที่ไม่สามารถคว้าแชมป์ใด ๆ ได้เลย

หลังจากทำหน้าที่มาครบ 3 ฤดูกาล และในปีถัดมา ในเกมที่เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน 1-1 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2015 นั่นก็กลายเป็นเกมสุดท้ายของเขาในฐานะกุนซือหงส์แดง ขณะที่ทางสโมสรได้แต่งตั้ง เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามาทำหน้าที่แทนจนถึงปัจจุบัน