เจอร์เก้น คล็อปป์  กุนซือเลือดด๊อยท์ชของ ลิเวอร์พูล เผยเหตุผลที่ไม่ได้แสดงอาการดีใจในสไตล์ของตัวเอง จังหวะที่ทีมได้ประตูชัยช่วงทดเจ็บเกือบเฉือน สเปอร์ส เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมรับแฟนบอล “เดอะ ค็อป” มีส่วนสำคัญสำหรับ 3 คะแนนในแมตช์นี้

ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันเจอร์เก้น คล็อปป์  ของ ลิเวอร์พูล เปิดเผยผ่านufabet369.net เหตุผลที่ตนไม่ได้แสดงความยินดีแบบโอเวอร์แอ็กชั่นในจังหวะที่ “หงส์แดง” ได้ประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บเกมชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1 ที่สนามแอนฟิลด์ ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา

   แมตช์นี้ดูเหมือนว่าเกมจะจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นในช่วงนาทีที่ 90+1 เมื่อ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดบอลยาวให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โหม่งเข้ากลางและเป็น อูโก้ โยริส ที่ปิดไปโดน โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ เข้าประตูตัวเอง ทำให้ “หงศ์แดง” คว้า 3 คะแนนสำคัญ

ลิเวอร์พูลกับ 2 แชมป์ที่เหลืออยู่

   สำหรับในจังหวะที่ได้ประตูชัยเจอร์เก้น คล็อปป์  แสดงท่าดีใจแบบนิ่งๆ ซึ่งทำให้หลายคนสงสัยเพราะปกติแล้วเจ้าตัวจะแสดงอาการลิงโลดแบบน่าหมั่นไส้ โดยเรื่องนี้ กุนซือเลือดด๊อยท์ช เผยว่า “ผมพยายามนิ่ง (หลังจากได้ประตูชัย) เพราะมันเป็นอะไรที่น่าประหลาดใจมากๆ กับสถานการณ์นั้น”

   “ผมมองเห็นว่ามีคนกระโดดโหม่ง และมันก็ไม่น่าจะมีอะไร ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบอลมันเข้าประตูไปได้ยังไง เมื่อปีที่แล้ว แชมป์เก่า แมนฯ ซิตี้ ยังคงทำผลงานได้ดี เราต้องพยายามสู้ให้เต็มที่ แฟนบอลยอดเยี่ยมมากๆ พวกเขาอยู่ที่นี่เพื่อคอยกระตุ้นเรา และสุดท้ายสิ่งนี้มันก็ช่วยได้”    

   “มีแต่เรื่องในด้านบวกเท่านั้น ผมเคยพูดไปแล้วว่ามีหลายร้อยวิธีที่จะคว้าชัยชนะ และวันนี้เป็นชัยชนะที่ดูน่าเกลียดนิดหน่อย แต่ใครจะสนใจล่ะ ? ผมมีความสุขที่เรายังไม่หมดลุ้นแชมป์ เรากำลังแข่งกับทีมที่ดีที่สุดในโลกเพื่อคว้าอันดับ 1 และนั่นเป็นเรื่องที่ยากลำบากจริงๆ” คล็อปป์ ระบุ

เจอร์เก้น คล็อปป์

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล เผยสิ่งที่ตนไม่กังวลในเรื่องการลุ้นแชมป์คือผลต่างประตูได้-เสีย ชี้ว่าทีมยังต้องเน้นผลการแข่งขันเป็นอันดับแรก แต่หากเมื่อไหร่ที่จำเป็นต้องยิงเยอะๆก็ต้องทำ

   ลิเวอร์พูล มีแต้มตามหลังแมนฯซิตี้ ที่เพิ่งแซงกลับขึ้นไปรั้งหัวตารางอีกครั้งหลังจากบุกชนะฟูแล่ม 2-0 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากหงส์แดงจะมีแต้มตามหลังแชมป์เก่าแล้ว เรื่องของประตูได้เสีย ก็ตกเป็นรองถึง 8 ลูกด้วยกัน และหากย้อนกลับไปในอดีต ทั้งสองทีมก็เคยประสบเหตุการณ์ในเรื่องที่ต้องวัดประตูได้-เสียมาแล้ว

   ซีซั่น 2011/12 แมนฯซิตี้ เฉือนแมนฯยูไนเต็ดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก โดยพลพรรคเรือใบมีผลต่างประตูที่ดีกว่าปีศาจแดง 8 ประตู ส่วนในฤดูกาล 2013/14 ลิเวอร์พูล มีประตูได้-เสียที่น้อยกว่าแมนฯซิตี้ เยอะมาก จึงทำให้ในเกมกับคริสตัล พาเลซ ขณะที่หงส์แดง มีสกอร์นำอยู่ 3-0 แต่กลับไม่ผ่อนคันเร่งโดยหวังว่าจะทำประตูเพิ่มจนทำให้สุดท้ายถูกพาเลซตามตีเสมอ 3-3 จากที่จะได้สามคะแนนกลับเหลือเพียงหนึ่งคะแนน

เจอร์เก้น คล็อปป์

   อย่างไรก็ตามเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือเลือดด๊อยชท์ ไม่กังวลในเรื่องนี้แต่อย่างใด โดยบอกว่าต้องการให้ทุกคนเล่นตามแผนที่วางกันมา “ผมไม่สามารถบอกลูกทีมให้ยิง 6 ประตูได้หรอก มันเป็นการไม่เคารพเท่าไหร่ คุณจะยิงได้ก็ต่อเมื่อยิงเข้า. ยกตัวอย่างนะ ผู้คนจะพูดว่าเกมกับฮัดเดอร์สฟิลด์ มันคือเกมที่จะต้องตุนลูกได้-เสียให้มากขึ้น”

   “เราจะไม่ไปเล่นเพื่อเรื่องนั้นมากไปกว่าเป้าหมายสำคัญของเรา(ชัยชนะ) และในเกมกับสเปอร์สมันไม่ใช่เวลาที่เราจะมาพูดเรื่องนี้ เรารู้ว่าเราต้องเด็ดขาด แต่เราจะไม่เปลี่ยนแนวทางที่เราวางไว้หรอก – แต่หากเกมสุดท้ายกับวูล์ฟส์ เราจำเป็นต้องยิง 3-4 ประตู เราก็จะทำ” ลิเวอร์พูล กับ แมนฯซิตี้ กำลังลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกใน 2 นัดสุดท้าย ซึ่งคืนนี้เป็นคิวของลิเวอร์พูล ‘เจอร์เก้น คล็อปป์’ ยืนยันว่า ลูกทีมพร้อมสู้ในอีก 2 นัดที่เหลือ

เจอร์เก้น คล็อปป์

คืนนี้ลิเวอร์พูล จะออกไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ในนัดรองสุดท้าย ก่อนที่จะเปิดบ้านรับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ในวันที่ 12 พฤษภาคม เป็นนัดสุดท้ายของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ซึ่งเจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการของลิเวอร์พูล ให้สัมภาษณ์ก่อนที่จะนำทีมเจอกับ นิวคาสเซิ่ลว่า ลูกทีมของเค้าพร้อมกับการลงเล่นในเกมที่เหลือ และ ลูกทีมของเค้าพร้อมสู้อย่างเต็มที่ในนัดที่เหลือ กุนซือลิเวอร์พูลยังย้ำว่า งานของทีมคือการโฟกัสกับการเจอ นิวคาสเซิ่ล เพราะราฟาเอล เบนิเตซ ทำทีมมีผลงานอย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้

ทั้งนี้ส่วนอาการบาดเจ็บของ นาบี้ เกอิต้า โดยคล็อปป์ เปิดเผยว่า เป็นอาการกล้ามเนื้อฉีกต้องพักอย่างน้อย 2 เดือน สำหรับเส้นทางการลุ้นแชมป์ลีกของลิเวอร์พูล ก่อนอื่น ต้องชนะ นิวคาสเซิ่ล ในคืนนี้ให้ได้ก่อนถึงจะไปลุ้นผลของแมนฯซิตี้ ที่จะลงเล่นในคืนวันจันทร์ ในเกมที่เปิดบ้านเจอกับ เลสเตอร์ ซิตี้

ติดตามข่าวสารวงการฟุตบอลได้ที่ goizargi.com