ปาทริซ เอวร่า อดีตกองหลังทีมชาติฝรั่งเศสมั่นใจว่า เนย์มาร์ ดาวยิงของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จะกลับสู่ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งหากได้กลับไปค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า

ดาวยิงทีมชาติบราซิลย้ายไปค้าแข้งในฝรั่งเศสด้วยค่าตัวสถิติโลก แต่ที่ผ่านมาแม้ผลงานจะดีแต่ไม่อาจพา เปแอสเช ไปถึงฝั่งฝันในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรวมถึงเจออาการบาดเจ็บเล่นงาน แต่ทางปาทริซ เอวร่าชี้ว่า เนย์มาร์ โดนวิจารณ์หนักเกินไปและเชื่อว่านักเตะจะคืนฟอร์มเก่งเหมือนเดิมหากกลับไปอยู่ที่คัมป์ นู

“ผมคิดว่ากับ เนย์มาร์, มีคนมากมายที่ไม่ชอบเขา”ปาทริซ เอวร่า กล่าว “ปัญหาก็คือในโลกนี้ถ้าคุณเป็นตัวของตัวเอง, ผู้คนจะเกลียดคุณ, และเมื่อคุณโกหก, ผู้คนจะรักคุณ กับ เนย์มาร์, ผมพูดอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับเขาและผมอวยพรให้พรเจ้าตระหนักถึงแผนการของเขา, เขาเป็นอย่างนั้นเสมอ,เมื่อคุณย้ายทีมมาคุณเป็นเหมือนพระเจ้าแห่งโลกใบนี้, และเมื่อคุณย้ายทีมบาคาร่าออนไลน์ ดูเหมือนว่า เนย์มาร์ ไปฆ่าใครสักคน, มันไม่ใช่อย่างนั้น”

“คุณคงเห็น, ผู้คนคิดถึงความอัจฉริยะของ เนย์มาร์, แนวทางการเล่นของเขา, เมื่อเขาเลี้ยงบอล, บางครั้งเขาหงุดหงิด, แต่นี่คือฟุตบอล, เขาแค่เป็นตัวของตัวเอง, และผมรับรองได้เลยว่าผู้คนคิดถึงเขาอย่างมาก ผมไม่รู้ว่าเขาจะย้ายรึเปล่า, แต่ถ้าเขาย้าย, พวกเขา (เปแอสเช) จะเสียยอดนักเตะ, และถ้าเขากลับไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า จะกลายเป็นผู้เล่นในแบบที่เขาเคยเป็นแน่”

เอวร่า ระบุผ่านUFABET 369 ก่อนลงเล่นนัดชิงดำของศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่น 2007-08 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ปลุกใจนักเตะในทีมด้วยการพูดถึงมิตรภาพของทีม ก่อนที่สุดท้าย “ปีศาจแดง” จะได้แชมป์ไปครอง

อดีตยอดแบ็กซ้าย ปาทริซ เอวร่า ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีมชาวสกอตต์ พูดปลุกใจทีมในช่วงก่อนลงเล่นเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศของฤดูกาล 2007-08 ด้วยการสื่อถึงมิตรภาพอันเหนียวแน่นของทีม

แรชฟอร์ด พลาดโทษ แมนฯยูไนเต็ด แพ้ พาเลซ คาบ้าน

 แมนฯ ยูไนเต็ด หมายมั่นปั้นมือว่าจะคว้าถ้วย “บิ๊กเอียร์” ในฤดูกาลนั้นมาครองให้ได้ หลังจากที่ไม่เคยได้สัมผัสกับแชมป์รายการนั้นอีกเลยนับตั้งแต่ฤดูกาล 1998-99 ซึ่งสุดท้ายพวกเขาก็ทำได้สำเร็จจากการชนะ เชลซี ในช่วงดวลจุดโทษของนัดชิงดำ

เอวร่า เผยบาคาร่าออนไลน์ว่า “ตอนนั้นเรากำลังนั่งอยู่ในห้องแต่งตัว แล้วจากนั้นเจ้านายก็เดินเข้ามา ซึ่งพอถึงอย่างนั้นแล้วเราก็ปิดเพลงที่เปิดเอาไว้เหมือนทุกๆ ครั้ง ห้องมันเงียบชนิดที่ถ้าเข็มตกลงพื้นคุณก็จะได้ยินเสียงที่ชัดแจ๋วเลย”

 “หลังจากนั้น เฟอร์กูสัน ก็บอกว่า -ฉันชนะเรียบร้อยแล้วว่ะ- ซึ่งคำพูดของเขาก็ทำให้เรางงจนคิดกันว่า -เขาพูดบ้าอะไรฟะ ? เกมมันยังไม่ทันเริ่มเตะเลยนะ- แล้วจากนั้น เฟอร์กูสัน ก็หันมาทางผมพร้อมกับพูดว่า -ลองดู ปาทริซ สิ เขามีพี่น้องมากถึง 24 คน ลองจินตนาการตามดูสิว่าแม่ของเขาต้องเหนื่อยหนักแค่กว่าที่จะวางอาหารบนโต๊ะได้หมด-“

คาสิโนออนไลน์ สมัครฟรี

    “จากนั้นเขาก็หันไปทาง เวย์น รูนี่ย์ แล้วพูดว่า -ลองดู เวย์น สิ เขาต้องเติบโตมาในหนึ่งในพื้นที่ที่ใช้ชีวิตได้ยากลำบากมากที่สุดของ ลิเวอร์พูล- ตามด้วยหันไปทาง พาร์ค ชี-ซอง แล้วบอกว่า -ลองดู ชี สิ เขาต้องมาไกลจากเกาหลีใต้เลย-“

    “พอเจ้านายพูดถึงเรื่องราวชีวิตของพวกเรา เราก็เริ่มตระหนักว่าเขากำลังสื่อถึงมิตรภาพของเรา เราไม่ได้เป็นแค่ทีมฟุตบอลธรรมดาๆ เท่านั้น แต่เราคือคนที่มาจากทั่วทุกมุมโลก และตอนนี้เราก็กำลังอยู่ที่มอสโกเพื่อไล่ล่าเป้าหมายเดียวกัน”

ตนไม่เคยเหม็นขี้หน้า หลุยส์ ซัวเรซ แม้แต่นิดเดียว หลังจากที่ทั้งคู่เคยเป็นข่าวใหญ่โตจากการที่ปาทริซ เอวร่าฟ้องว่าโดนอีกฝ่ายเหยียดผิว พร้อมเผย หลังเกิดเรื่องนั้นตนโดนขู่ฆ่าหลายครั้ง ปาทริซ เอวร่า เปิดใจ

อดีตยอดแบ็กซ้ายปาทริซ เอวร่า ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าตนไม่เคยเกลียด หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกชาวอุรุกวัยเลย ถึงแม้ทั้งคู่จะเคยมีปัญหาระหว่างกันก็ตาม

    ในเกม “แดงเดือด” เมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปี 2011ปาทริซ เอวร่า กับ ซัวเรซ กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการลูกหนัง หลังจากที่อดีตดาวเตะชาวฝรั่งเศสออกมาฟ้องร้องว่าโดนอีกฝ่ายเหยียดผิว จากการที่ ซัวเรซ เรียกเขาว่า -นิโกร- หลายครั้ง ซึ่งมันก็ทำให้ ซัวเรซ โดนสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ลงโทษแบนยาว 8 เกม หลังจากที่มีการตัดสินแล้วว่าเขามีความผิดจริง

    ทั้งนี้ หลังจากนั้น ซัวเรซ ออกมายอมรับว่าตนพูดคำว่า -นิโกร- จริง แต่ไม่ได้ตั้งใจใช้เพื่อเป็นการเหยียดผิวอีกฝ่ายเลย ซึ่งพอทั้งคู่หวนมาเจอกันในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2012 ซัวเรซ ก็ปฏิเสธที่จะจับมือกับ ปาทริซ เอวร่าจนทำให้ความบาดหมางระหว่างทั้งคู่กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจมากขึ้นไปอีก

เอวร่า เผยบาคาร่าออนไลน์ว่า “ผมไม่ได้เกลียดเขาเลยนะ ผมไม่เคยเกลียดเขาสักนิด ตอนนั้นผมอยากจะต่อยเขาสักหมัดด้วยซ้ำไป แต่สำหรับผมแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกลียดขี้หน้าใครสักคน ผมไม่เคยมีความคิดที่จะเกลียดใคร ผมอาจจะตอบโต้ไปบ้าง แต่คำว่าเกลียดมันรุนแรงเกินไปสำหรับผม อย่างตอนที่ผมโดนขอให้เลือกทีมที่เก่งที่สุดในความคิดของผมน่ะ ผมยังเคยเลือก ซัวเรซ เป็นหนึ่งใน 11 ตัวจริงของผมเลย ตอนนั้นเขาเป็นกองหน้าที่เก่งที่สุด”

   “ต่อให้เขาจะเป็นคนไม่ดีจริงๆ แต่ทำไมผมถึงไม่ควรจะยอมรับพรสวรรค์ของเขาด้วยล่ะ ? ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นคนดีรึเปล่า เรามีจังหวะปัญหากัน 1 ครั้งเท่านั้น แน่นอนว่าตอนนั้นผมคงไม่ได้รู้สึกดีกับเขาจนถึงขนาดที่จะไปเที่ยวด้วยกันในวันหยุดได้ แต่ผมก็ไม่สามารถเกลียดเขาได้หรอก”

    อย่างไรก็ตาม อดีตแข้งเลือดน้ำหอมเผยบาคาร่าออนไลน์ว่าหลังเกิดเหตุการณ์ที่โดน ซัวเรซ เหยียดผิวนั้น ตนก็โดนขู่ฆ่าเยอะมาก “ผมได้รับจดหมายเชิงขู่ฆ่าหลายฉบับ ผมต้องขอให้รถของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจอดอยู่หน้าบ้านของผมที่ อัลเดอร์ลี่ย์ เอดจ์ ตลอดทั้ง 24 ชั่วโมงเป็นเวลาหลายเดือน การเจอเรื่องแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่ทำใจยอมรับได้ยากสำหรับครอบครัวของผม แต่ถ้าเฉพาะผมที่เติบโตมาในท้องถนนของย่าน เลอส์ อูลี่ส์ ที่มีแต่ความยากลำบากแล้วน่ะ เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องที่ธรรมดามากๆ”

     “มันอาจจะเป็นสาเหตุอื่นก็ได้ (หมายถึงอาจจะโดนขู่ฆ่าจากเรื่องอื่น ไม่ใช่จากกรณีกับ ซัวเรซ) มันเป็นเรื่องที่บ้ามาก ขนาดพี่ชายของผมยังบอกเลยว่าให้ระวังเอาไว้ตอนที่เราอยู่ในรถ ผมไม่รู้หรอกนะว่า ซัวเรซ เป็นพวกเหยียดผิวรึเปล่า ผมไม่รู้จักครอบครัวของเขา ผมไม่รู้พื้นเพของเขา แต่การเหยียดผิวเป็นประเด็นใหญ่มาหลายปี และในวันนั้นมันก็มีการเหยียดผิวเกิดขึ้น ดังนั้นเมื่อเราไปดำเนินการในการไต่สวนพวกเขาเลยฟังผม เพราะผมไม่ได้อยากให้พวกเขาลงโทษเขา และผมไม่รู้จักเขามากพอจนกล้าพูดว่าเขาเป็นพวกเหยียดผิวด้วย เพียงแต่วันนั้นเขาใช้คำนั้นจริงๆ”

ติดตามข่าวสารวงการฟุตบอลได้ที่ goizargi.com